ora good cat
รีวิว รถ โอร่า กู๊ดแคท (ราคา)

ORA Good Cat EV มาตรการรัฐ รถไฟฟ้า ส่วนลด

ลงทะเบียนสนใจรถ GWM


    ตัวอย่าง 0910096718



    ora รีวิว ราคา

    ora good cat green

    ORA Good Cat โอร่า กู๊ดแคท หรือชื่อในภาษาจีนคือ Haomao (เฮาเม่า) ซึ่งหมายความว่า “แมวดี” เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าตระกูลแมวเหมียวซึ่งมีทั้ง good cat, white cat และ black cat ซึ่ง good cat จะมาประเดิมรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% รุ่นแรกในไทย ภายใต้ great wall motors เดือนตุลาคม 2564 นี้ สามารถเลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูรีวิวรถ ORA Good Cat พร้อมราคาและแคมเปญครบ

    ora good cat รีวิวรถ EV 100%

    รีวิว ora good cat รถยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ประเภท Sport EV ที่ได้ครบทั้งด้านฟังก์ชั่นล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม รุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจรรุ่นแรกที่ได้ใช้พื้นฐานความรู้และการยกระดับเทคโนโลยีจากฐานระบบไฟฟ้าเดิมของ gwm lemon และ coffee intelligent ecology โดยยังผสมผสานกลิ่นอายสไตล์เรโทรและความทันสมัยได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ฐานระบบที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วสามารถผลักดันให้ ora good cat สามารถก้าวมาสู่การเป็นผู้นำด้านระบบขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าที่รวบรวมที่สุดของเครื่องยนต์ ความปลอดภัย รูปลักษณ์และดีไซน์ที่สวยงาม และความคงทนไว้ด้วยกันในรุ่นนี้

    ราคา รถ

    ORA ราคาใหม่

    เครื่องยนต์ Engine

    good cat engine
    good cat charger
    ขุมพลังไฟฟ้า 100%
     
    ora good cat ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบส่งกำลังไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
     
    ในส่วนของแบตเตอรี่มี 2 แบบ แบบแรกเป็นประเภทลิเธียมไอออนฟอสเฟต ความจุ 47.788 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ประจำการในรุ่น 400 Tech และ 400 Pro ทำระยะทางขับขี่ได้สุงสุด 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) แบบที่สองเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียม Ternary ความจุ 63.139 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ประจำการในรุ่นท็อป 500 Ultra ทำระยะทางขับขี่ได้สุงสุด 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
     
    ในส่วนของสมรรถนะ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 152 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมกับอัตราเร่งที่รวดเร็วว่องไว และการตอบสนองที่มาแบบทันทีทันใด โหมดการขับขี่มี 5 แบบ ประกอบด้วย โหมดมาตรฐาน เน้นความสมดุลระหว่างสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน, โหมด eco เน้นขับขี่แบบประหยัดพลังงาน, โหมด eco+ เน้นการประหยัดพลังงานสูงสุด, โหมด sport เน้นการตอบสนองที่ว่องไว สนุกเร้าใจ แต่กินพลังงานมากที่สุด และโหมดอัตโนมัติที่จะปรับการตอบสนองของรถตามลักษณะการขับขี่ได้เองโดยอัตโนมัติ
     
    ora good cat รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบไฟบ้านปกติ AC และการชาร์จแบบเร็วด้วยกระแสตรง dc โดยรุ่น 400 Tech และ 400 Pro ใช้เวลาชาร์จด้วยกระแสไฟฟ้า ac จาก 0% – 100% ราว 8 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 500 Ultra ใช้เวลาราว 10 ชั่วโมง ขณะที่การชาร์จแบบเร็วด้วยกระแสไฟฟ้า dc รุ่น 400 Tech และ 400 Pro ใช้เวลาชาร์จจาก 0% – 80% ราว 45 นาที ส่วนรุ่น 500 Ultra ใช้เวลาชาร์จจนเต็มราว 60 นาที
     
    ระบบกันสะเทือนของ ora good cat ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม พร้อมเหล็กกันโคลง เน้นปรับแต่งมาเพื่อมอบความนุ่มนวลในการขับขี่พร้อมประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ดีทั้งทางตรงและทางโค้ง
     
    ระบบพวงมาลัยของ ora good cat เป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า เน้นความนุ่มนวล น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย และแปรผันน้ำหนักพวงมาลัยตามความเร็วที่ขับ ระบบเบรกของ ora good cat เป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อในทุกรุ่นย่อย มาพร้อมกับระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ครบตามมาตรฐาน

    ภายนอก Exterior

    good cat front
    Ora Good Cat Exterior
    Ora Good Cat Wheels
    Ora Good Cat Exterior
    Ora Good Cat Exterior
    Retro Futuristic Design
     
    โอร่า กู๊ดแคท เวอร์ชั่นที่จะวางขายในประเทศไทยจะมีรูปโฉมเดียวกับเวอร์ชั่นที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ทุกอย่าง โดดเด่นด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Retro Futuristic ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความคลาสสิกอย่างลงตัว รูปลักษณ์ภายนอกมีความโค้งมน ไม่มีเส้นสายโฉบเฉี่ยว ดูเรียบหรูพรีเมียม พร้อมจุดเด่นที่ไฟหน้าทรงกลมทรง Cat-Eyes อันเป็นเอกลักษณ์ ดีไซน์โดยรวมมีความน่ารัก ขี้เล่น สนุกสนาน และมีความเป็นแฟชั่น เหมาะสำหรับวัยรุ่น วัยทำงาน และคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสาวๆ ที่น่าจะถูกใจกับดีไซน์แบบนี้เข้าอย่างจัง
     
    มิติตัวถังของ โอร่า กู๊ดแคท ทั้ง 3 รุ่นย่อยมีขนาดเท่ากันทั้งหมด มีความยาว 4,235 มม. ความกว้าง 1,825 มม. ความสูง 1,596 มม. มีระยะฐานล้อ 2,650 มม. และมีความสูงใต้ท้องรถ 145 มม. จากตัวเลขขนาดตัวถังที่ระบุเห็นได้ชัดว่า โอร่า กู๊ดแคท เป็นรถแฮทช์แบ็กที่จัดอยู่ในเซกเมนต์ Sub compact หรือ B Segment ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกัน ซึ่งเซกเมนต์นี้ถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีการแข่งขันสูงมากแต่ก็ยังไม่มีคู่แข่งจากแบรนด์ไหนที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ดังนั้น โอร่า กู๊ดแคท จึงโดดเด่นและได้เปรียบกว่าใครในแง่การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีมลพิษ ไม่ใช้น้ำมัน
     
    โอร่า กู๊ดแคท พัฒนาบนแพลตฟอร์ม gwm LEMON ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะที่มีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น น้ำหนักเบา ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มความความปลอดภัย และเสริมสมรรถนะการขับขี่ได้เป็นอย่างดี พร้อมกับมีการออกแบบให้แบตเตอรี่อยู่ใต้พื้นห้องโดยสารซึ่งช่วยในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดี และไม่เป็นการรบกวนพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
    ความน่ารักของ โอร่า กู๊ดแคท เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ด้านหน้ารถที่ดูโค้งมน น่ารักและเป็นมิตรกับทุกคน ระบบไฟหน้าเป็นแบบอัจฉริยะ Intelligent LED มีฟังก์ชันเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ฟังก์ชันปรับไฟสูงอัตโนมัติ และฟังก์ชันไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ สำหรับรุ่นท็อป 500 Ultra จะได้ฟังก์ชันไฟ Welcome Light เพิ่มเข้ามาด้วย สิ่งที่มาคู่กับไฟหน้าทรงกลมคือไฟ Daytime Running Light แบบวงแหวน LED สวยงามทันสมัยและให้อารมณ์คลาสสิกไปพร้อมกัน และยังเป็นไฟเลี้ยวในตัวด้วย
     
    เนื่องจากเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าดังนั้นจึงไม่มีกระจังหน้าเหมือนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป กันชนหน้ามีการตกแต่งด้วยกรอบโครเมียมเพิ่มความหรูหราและมีช่องรับอากาศที่ชายด้านล่างสำหรับช่วยในการไหลเวียนอากาศและระบายความร้อนระบบไฟฟ้า
     
    ตัวถังด้านข้างมาในสไตล์เรียบๆ พร้อมกระจกมองข้างสีเดียวกับสีของหลังคาและมือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ ชายล่างตัวถังเป็นพลาสติกสีดำ มีช่องเสียบปลั๊กชาร์จไฟอยู่ที่บริเวณซุ้มล้อหน้าฝั่งซ้าย ในส่วนของดีไซน์ท้ายรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED Bar แถบคาดยาวฝังอยู่ในกระจกบานหลัง ดูสวยงามและล้ำสมัยไม่เหมือนใคร ดีไซน์ของกันชนท้ายให้อารมณ์สปอร์ต มีไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED สปอยเลอร์หลังคา และเสาอากาศครีบฉลาม
    ในส่วนของล้ออัลลอย รุ่นเริ่มต้น 400 Tech จะได้ล้อฝาครอบขนาด 17 นิ้ว หุ้มยาง 205/55 R17 ส่วนรุ่นกลาง 400 Pro และรุ่นท็อป 500 Ultra จะได้ล้ออัลลอยขนาด 18 หุ้มยาง 215/50 R18 จากแบรนด์ Giti ทั้งนี้ ทุกรุ่นย่อยจะไม่มียางอะไหล่มาให้แต่มีเป็นชุดซ่อมยางฉุกเฉินแทน
     
    ไฮไลท์สำคัญที่ลูกค้าหลายคนชื่นชอบและอยากได้มากก็คือหลังคาซันรูฟไฟฟ้าซึ่งติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรุ่นกลาง 400 Pro และรุ่นท็อป 500 Ultra ขนาดของซันรูฟมีความใหญ่และเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบ one-touch ทั้งหมด สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกอื่นๆ จะประกอบด้วย ประตูท้ายเปิด-ปิดแบบธรรมดา ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง และกระจกมองข้างพักเก็บไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง

    ภายใน Interior

    Ora Good Cat Interior
    Ora Good Cat Interior
    Ora Good Cat Interior
    Ora Good Cat Interior
    Ora Good Cat Interior
    ภายในดีไซน์ล้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
     
    ห้องโดยสารของ ora good cat สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยผสานกับการใช้วัสดุคุณภาพสูงและงานประกอบสุดเนี๊ยบ โดยรุ่นเริ่มต้น 400 Tech และรุ่นกลาง 400 Pro ห้องโดยสารจะใช้ในโทนสีดำ ส่วนรุ่นท็อป 500 Ultra จะมี 3 สี ได้แก่ สีดำ สีเทา-เขียว และสีน้ำตาล-เบจ ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก
     
    แดชบอร์ดมีการออกแบบให้ดูเรียบหรู เด่นชัดด้วยเส้นแนวนอนของช่องลมแอร์ หน้าจอมาตรวัดดิจิตอลและหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์เชื่อมต่อเป็นแผงยาวเดียวกัน โดยรวมให้ความรู้สึกทันสมัยและหรูหราเหมือนรถยุโรป วัสดุบนแดชบอร์ดของรุ่นเริ่มต้น 400 Tech จะเป็นหนังสังเคราะห์ ส่วนรุ่นกลาง 400 Pro และรุ่นท็อป 500 Tech จะเป็นหนังกลับ ขณะที่แผงประตูด้านข้างจะมีการตกแต่งด้วยหนังบุนุ่มลาย Diamond cut เพิ่มความหรูให้กับห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับคอนโซลกลางที่เป็นกล่องเก็บของขนาดใหญ่และเป็นที่วางแขนหุ้มหนังในตัว
    เบาะนั่งของรุ่น 400 Tech เป็นวัสดุผ้าและปรับตำแหน่งด้วยมือทั้งหมด ส่วนรุ่น 400 Pro และ 500 Ultra จะเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์สลับกับหนังกลับเพื่อความหรูหราและมาพร้อมเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนเบาะตัวอื่นจะเป็นปรับมือตามปกติ สำหรับรุ่น 500 Ultra จะมีฟังก์ชันพิเศษเพิ่มเข้ามาได้แก่ ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับพร้อมระบบ Welcome Seat ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะของผู้ขับและกระจกมองข้าง และมีระบบเบาะนวดไฟฟ้าสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ถ้าห้องโดยสารและเบาะนั่งเป็นสีดำ ส่วนที่เป็นรอยเย็บตะเข็บทั้งหมดจะใช้ด้ายสีน้ำเงินเพื่อความสวยงามและแสดงถึงการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
     
    พวงมาลัยของ ora good cat มีดีไซน์แบบ 2 ก้านซึ่งให้ความรู้สึกล้ำสมัยมากๆ บนพวงมาลัยมาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มควบคุมหน้าจอมาตรวัดดิจิตอล และปุ่มปรับการทำงานของระบบ Adaptive Cruise Control จุดเด่นต่อมาคือที่คอนโซลกลางจะโล่งมากเพราะไม่มีคันเกียร์มาเกะกะ แต่จะมีเป็นเกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter ลักษณะเป็นแป้นหมุนทรงกลมดีไซน์สวยงาม การใช้งานง่ายมาก กดปุ่มตรงกลางเป็นเกียร์ P บิดมาซ้ายสุดเป็นเกียร์ R บิดมาตรงกลางเป็นเกียร์ N บิดขวาสุดเป็นเกียร์ D ในส่วนของหน้าจอมาตรวัดดิจิตอลจะมีขนาด 7 นิ้ว จอภาพมีความละเอียดสูง แสดงผลคมชัด กราฟิกและหน้าตาเมนูต่างๆ สวยงามอ่านค่าง่าย นอกจากนี้แป้นเหยียบคันเร่งยังมีระบบ Intelligent Single Pedal สำหรับควบคุมการเร่งและชะลอความเร็วได้ในแป้นเดียว  
    เบาะนั่งด้านหลังของ ora good cat มาพร้อมกับความสะดวกสบายจากพื้นที่ที่กว้างขวางนั่งสบาย เข้า-ออกรถได้อย่างสะดวก สามารถพับพนักพิงหลังได้แบบ 60:40 และมีที่พักแขนตอนกลางพร้อมช่องวางแก้ว ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุปกติ 228 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 858 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง
     
    ora good cat มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติพร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 มีช่องชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (เฉพาะรุ่น 400 Pro และ 500 Ultra) มีช่อง USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลัง 1 ตำแหน่ง มีช่องจ่ายไฟ 12V 1 ตำแหน่ง กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าแบบ one touch ทั้ง 4 บาน รวมถึงมีเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติ
     
    อีกจุดที่น่าสนใจคือระบบกุณแจ Smart Key และระบบ Quick start system โดยรถยนต์จะไม่มีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์เหมือนรถยนต์ทั่วไป การเริ่มต้นใช้งานรถทำได้ง่ายๆ เพียงพกกุญแจติดตัวไว้ เมื่อเข้ามานั่งประจำที่หลังพวงมาลัยเพียงคุณเหยียบคันเร่งรถจะพร้อมใช้งานทันที เป็นการเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในขั้นตอนการสตาร์ทรถ
    ระบบอินโฟเทนเมนต์สุดล้ำ
     
    ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างของ ora good cat คือระบบอินโฟเทนเมนต์สุดล้ำ แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสแบบจอกว้างขนาด 10.25 นิ้วที่บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ด ระบบมาพร้อมกับฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานที่ครบครันทั้งหมด รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ แต่ความความล้ำที่สุดก็คือรองรับการสั่งงานระบบความบันเทิงและฟังก์ชันสำคัญของรถด้วยเสียงภาษาไทย อาทิ เพิ่ม-ลดอุณหภูมิแอร์ เปิดวิทยุ ค้นหาสถานที่ เปิดกระจกหน้าต่าง เปิดซันรูฟ เป็นต้น นอกจากนี้ระบบยังเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาเพื่อให้สามารถเข้าบริการออนไลน์ต่างๆ ได้ อาทิเช่น ดูรายงานการจราจร การพยากรณ์อากาศ ดูข่าวสาร เป็นต้น
     
    ความล้ำของ ora good cat ยังไม่หมดเพราะรถสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ คุณจึงสามารถตรวจสอบสถานะของรถยนต์จากหน้าจอมือถือได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นตรวจสอบประตู หน้าต่าง หลังคาซันรูฟ ตรวจดูปริมาณไฟในแบตเตอรี่ ดูระยะทางขับขี่คงเหลือ ดูอุณหภูมิและแรงดันลมยาง เตือนเมื่อปริมาณไฟในแบตเตอรี่เหลือน้อย เตือนอุณหภูมิแบตเตอรี่สูง รวมถึงดูตำแหน่งรถยนต์ กำหนดขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และสั่งการรถยนต์จากระยะไกลเช่นสั่งล็อก-ปลดล็อกรถ สั่งเปิดกระจก สั่งเปิดซันรูฟ สั่งเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า เป็นต้น เรียกว่าเป็นรถอัจฉริยะอย่างแท้จริง
     
    ในส่วนของลำโพง รุ่นเริ่มต้น 400 Tech มีมาให้ 4 ตำแหน่ง ส่วนรุ่น 400 Pro และ 500 Ultra มีลำโพงมาให้ 6 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถยนต์ด้วย
    สุดยอดเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ
     
    ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมคุณสมบัติของการเป็นรถขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติ Level 2+ จากระบบช่วยขับขี่สุดล้ำมากมายที่ใส่มาให้แบบจัดเต็มเกินกว่าคู่แข่งหลายรุ่น เริ่มต้นด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้าหรือ Adaptive Cruise Control (มีในรุ่น 400 Pro และ 500 Ultra) ที่มาพร้อมกับระบบช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ เมื่อเปิดใช้งานควบคู่กับระบบช่วยรักษาให้รถอยู่กึ่งกลางเลน จะเปรียบเสมือนว่ารถสามารถขับเคลื่อนได้เอง สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วตามรถคันข้างหน้าพร้อมกับรักษาระยะห่างตามที่กำหนดไว้ รวมถึงยังสามารถเลี้ยวเข้าโค้งได้เองโดยรถจะอยู่กึ่งกลางเลนตลอด นี่คือการทำงานของระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติที่ถือว่าเป็นกึ่งๆ การขับเคลื่อนอัตโนมัติ มีน่าสนใจและช่วยแบ่งเบาภาระการขับขี่ทางไกลได้เป็นอย่างดี
     
    นอกจากระบบข้างต้นแล้ว ยังมีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (มีเฉพาะในรุ่น 500 Ultra) ระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดได้ทั้งแบบซองแนวลึก ซองแนวทแยง และซองด้านข้าง มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ยังถอยจอดรถไม่เก่ง นอกจากนี้ รุ่น 400 Pro และ 500 Ultra ยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน, ระบบช่วยรักษาให้รถอยู่กลางเลน, ระบบเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินบนทางตรงและทางแยก
     
    สำหรับรุ่นท็อป 500 Ultra จะมีระบบช่วยขับขี่เพิ่มเข้ามาอีกหลายตัว ได้แก่ ระบบควบคุมให้รถอยู่ในเลนในสภาวะฉุกเฉิน, มีระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง, ระบบช่วยเตือนมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง และระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง ทั้งนี้ ora good cat ทั้ง 3 รุ่นจะมีเหมือนกันคือระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ โดยรวมแล้วเรียกว่าให้มาเยอะและครบมากที่สุด ช่วยแบ่งเบาภาระการขับขี่ได้จริงและยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้แบบรอบด้าน
    สุดยอดความปลอดภัย
     
    สำหรับอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถยนต์ ใส่มาให้อย่างครบครัน ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร (คู่หน้า 2 ตำแหน่ง, ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง, ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า-ด้านหลัง 6 จุดระบบเตือนเมื่อใช้ความเร็วสูงเกินกำหนด มีระบบสร้างเสียงเตือนผู้คนรอบข้าง ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง และจุดยึด isofix ในภาพรวมถือว่ามีครบทั้งหมดตามมาตรฐานรถยนต์สมัยใหม่
    มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย
    – สีดำ
    – สีขาว
    – สีฟ้า
    – สีขาวพร้อมหลังคาดำ
    – สีแดงพร้อมหลังคาดำ
    – สีทูโทนเบจและน้ำตาล
    – สีทูโทนเขียวและขาว
     
    นอกจากนี้ รถยนต์ทุกคันมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty & Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร