haval h6
รีวิวรถ ฮาวาล เอช 6 (ราคา)

haval h6 test drive click

Haval H6 รีวิว รถ C-SUV พร้อมราคาและแคมเปญครบ ปัจจุบันรถเอสยูวีได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั้งในแง่การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันไปและการขับขี่ท่องเที่ยวทางไกลในวันหยุด รถเอสยูวีรุ่นใหม่ในปัจจุบันมาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ทันสมัยและความสะดวกสบายที่ไม่ต่างจากรถยนต์นั่ง และมีข้อได้เปรียบตรงที่ตำแหน่งนั่งขับและความสูงของตัวรถที่มากกว่าส่งผลถึงทัศนวิสัยการขับขี่ดีกว่าและมีความสมบุกสมบันลุยได้มากกว่ารถเก๋งและรถแฮทช์แบ็กทั่วไป นอกจากนี้ รถเอสยูวียุคใหม่ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ทรงพลังทำให้มีสมรรถนะการขับขี่ดี รวมทั้งมีเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยสุดล้ำซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่จับพวงมาลัย ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่หลายคนให้ความสนใจรถเอสยูวีมากกว่ารถเก๋งและรถแฮทช์แบ็ก และอยากจะได้เอสยูวีดีๆ สักคันมาเป็นรถประจำตัว

ราคารถ

หลายคนอาจคิดว่ารถเอสยูวีที่ดีพร้อมรอบด้านต้องมีราคาค่าตัวที่สูง แต่ไม่ใช่กับ ฮาวาล เอช 6 นี่คือรถเอสยูวีน้องใหม่ของตลาดรถยนต์เมืองไทยที่กำลังสร้างปรากฏการณ์สุดร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์หรูหราพรีเมียมสไตล์รถยุโรป ทำให้เอสยูวีรุ่นนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าชาวไทยจำนวนมากตั้งแต่วันเปิดตัว พร้อมด้วยคุณสมบัติของการเป็นรถเอสยูวีที่ดีตามที่กล่าวไว้ข้างต้น การออกแบบภายนอกและภายในสวยงามแตกต่างจากเอสยูวีแบรนด์อื่น ห้องโดยสารล้ำสมัย ตกแต่งสวยงาม กว้างขวาง สะดวกสบาย และมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีช่วยขับขี่รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครันที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดคือราคาค่าตัวสุดเซอร์ไพรส์ เริ่มต้นเพียง 1.149 ล้านบาทเท่านั้น

ฮาวาล เอช 6 มีวางจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นย่อย มี ราคา ดังนี้

  • Pro ราคา 1,149,000 บาท
  • Ultra ราคา 1,249,000 บาท

เชื่อว่าลูกค้าหลายท่านเมื่อเห็นราคาก็น่าจะอยากรู้จัก ฮาวาล เอช 6 กันมากขึ้นแล้วแน่ๆ วันนี้ทาง GWM จรัญสนิทวงศ์ จะมารีวิวรถให้ทุกท่านได้ทราบว่า ฮาวาล เอช 6 ของเรามีความน่าสนใจอย่างไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง น่าขับขี่แค่ไหน ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ไปกันเลย

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี

Haval H6 สี เทา
Haval H6 สี ขาว
Haval H6 สี ดำ
Haval H6 สี น้ำเงิน

รีวิวรถภายนอก haval h6 ที่หรูหราทันสมัยสไตล์ยุโรป

Haval H6 ภาพหน้ารถ
Haval H6 รูปด้านท้ายของตัวรถ

รีวิว haval h6 ไฟหน้า

อย่างที่ทุกท่านเห็นเลยครับว่าดีไซน์นั้นโดดเด่นและน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น เอสยูวีรุ่นนี้มีการออกแบบที่มีกลิ่นอายรถยุโรปผสมผสานอยู่อย่างชัดเจนพร้อมกับขนาดตัวถังที่ใหญ่โตแต่ดูหรูหราและไม่เทอะทะเกินไป รูปทรงตัวถังมีความสวยงามและมีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยสไตล์สปอร์ตผสมผสานความหรูหราพรีเมียมอย่างลงตัว

รีวิวรถจุดที่เด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ก็คือกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่แบบ Classic Geometric Pattern รูปลักษณ์แบบ 3 มิติที่ให้ภาพลักษณ์ความพรีเมียมหรูหรากับตัวรถได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยไฟหน้า LED Projector ดีไซน์เฉียบคม จับคู่มากับไฟ Daytime Running Light ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามลงตัว ขยับลงมาเป็นกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวพร้อมด้วยแถบกันกระแทกพลาสติกสีดำที่ชายล่าง รวมทั้งมีไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ติดตั้งมาด้วย

ดีไซน์ข้างรถโดดเด่นด้วยเส้นแนวบ่าที่ลากจากไฟหน้าผ่านประตูไปจรดไฟท้าย สร้างมิติให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวน่ามอง มาพร้อมกับมือจับประตูและกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ตกแต่งเพิ่มความหรูด้วยแถบโครเมียมที่ชายล่างของประตูและกรอบกระจกหน้าต่าง พร้อมกับเพิ่มภาพลักษณ์สมบุกสมบันด้วยคิ้วล้อพลาสติกสีดำเชื่อมต่อกับแถบกันกระแทกพลาสติกสีดำที่ชายล่างของประตู และติดตั้งราวหลังคามาเป็นมาตรฐานพร้อมสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดกับครอบครัว

ดีไซน์ท้ายรถมีความโดดเด่นกว่าใครด้วยไฟท้าย LED Light Strip คาดยาวระหว่างสองฝั่ง ให้ความสวยงามและทันสมัยในแบบฉบับรถหรูจากยุโรป มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังคาดีไซน์สปอร์ตและเสาอากาศครีบฉลาม มีแถบโครเมียมพร้อมตัวอักษรHAVAL โดดเด่นสวยงาม นอกจากนี้ยังมีชนหลังสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมแทบกันกระแทกสีดำที่ชายล่างเพิ่มภาพลักษณ์สมบุกสมบันตามแบบฉบับรถเอสยูวีสายลุย รวมถึงมีแทบเรืองแสงและไฟตัดหมอกท้าย LED เพิ่มความปลอดภัยในขณะขับขี่ตอนกลางคืนเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี ในส่วนของท่อไอเสียถูกซ่อนอยู่ใต้กันชนเพิ่มความเรียบร้อยสวยงาม

Haval H6 รูปด้านข้าง
Haval H6 รูปด้านข้างตัวรถ

สำหรับลูกค้าที่สงสัยว่า haval h6 นั้นจัดอยู่ในเซกเมนต์ใด เรามีคำตอบในรีวิวรถนี้ครับ ฮาวาล เอช 6 เป็นรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์เอสยูวีหรือเรียกสั้นๆ ว่า C-SUV ก็ได้ จัดอยู่ในเซกเมนต์เดียวกับ Honda CR-V, Mazda CX-5, MG HS, Nissan X-Trail, Subaru Forester และ Mitsubishi Outlander PHEV จะเห็นว่าคู่แข่งแต่ละรุ่นโหดหินกันทั้งนั้น แต่ ฮาวาล เอช 6 ก็มีความโดดเด่นในหลายๆ ด้านไม่แพ้คู่แข่งคันอื่นๆ เช่นกัน

มิติตัวถังของ ฮาวาล เอช 6 ยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,724 มม. มีความยาวฐานล้อ 2,738 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,690 – 1,720 กก. ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดทำให้รถมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและโปร่งสบาย รวมถึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ 2-3 ใบเลยทีเดียว เหมาะกับการไปเที่ยววันหยุดกับครอบครัวเป็นอย่างมาก

ฮาวาล เอช 6 มีความสูงใต้ท้องรถที่ 175 มม. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการบุกตะลุยเส้นทางยากลำบากได้ในระดับหนึ่ง ลุยน้ำตื้นๆ ได้ ลุยทางขรุขระและทางลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อได้ ทำให้สามารถเดินทางไปในพื้นที่เข้าถึงยากได้มากขึ้น นอกจากนี้ ฮาวาล เอช 6 ยังมีความจุถังเชื้อเพลิงถึง 61 ลิตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะดังนั้นจึงเดินทางไกลได้สบายไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ

ในส่วนของล้อและยาง ฮาวาล เอช 6 รุ่น Pro จะได้ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/60 R18 ส่วนรุ่น Ultra จะได้ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมกับยางขนาด 225/55 R19 ถือว่าเป็นขนาดล้อมาตรฐานจากโรงงานใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ C-SUV ในปัจจุบัน รับรองว่าสวยโดดเด่นกว่าใครแน่นอน

อีกหนึ่งจุดที่ทำให้เหนือว่าคู่แข่งร่วมเซกเมนต์รุ่นอื่นๆ คืออุปกรณ์มาตรฐานภายนอกที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม เริ่มที่ระบบไฟหน้า LED ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมมากมาย ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ และระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ

อุปกรณ์ที่หลายท่านชื่นชอบอย่างหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟและประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทาง ฮาวาล เอช 6 ก็ใส่มาให้ครบครัน แถมหลังคากระจกยังมีขนาดใหญ่มากอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว กระจกมองข้างจะพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ และยังมีระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ โดยรวมถือว่าให้มาเต็มและครบสุดๆ สำหรับรถในระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ

ภายใน ฮาวาล เอช 6 ตกแต่งเรียบหรูมีสไตล์

Haval H6 พวงมาลัย
Haval H6 เกียร์

ภายนอกของ haval ว่าโดดเด่นแล้ว เราอยากบอกว่าภายในของเอสยูวีรุ่นนี้ก็สร้างความตะลึงได้ไม่แพ้กันด้วยการออกแบบที่ล้ำยุคตามแนวคิด Future Intelligent Cockpit หรือห้องโดยสารแบบอนาคตพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่คอยอำนวยความง่ายในการใช้งาน แดชบอร์ดหน้า แผงประตูด้านข้าง และคอนโซลกลางถูกหุ้มด้วยวัสดุหนังบุนุ่มและมีการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม โดยรุ่น Pro จะมีห้องโดยสารสี All Black ส่วนรุ่น Ultra เป็นสี Black-Grey ที่โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนตกแต่งสี Rose Gold ซึ่งไม่มีเอสยูวีรุ่นไหนในไทยเคยทำมาก่อน นอกจากนี้ยังมีไฟ Ambient Light ตกแต่งรอบห้องโดยสารเพื่อเพิ่มบรรยากาศในขณะขับขี่

เบาะนั่งของ ฮาวาล เอช 6 เป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมตัวดันหลังไฟฟ้า เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง มีระบบระบายความร้อนในเบาะนั่งคู่หน้ามาให้ด้วย

พวงมาลัยของ ฮาวาล เอช 6 มีดีไซน์ล้ำยุคกว่ารถรุ่นอื่นๆ หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง-เข้า-ออก มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มควบคุมจอมาตรวัดดิจิตอล

มาตรวัดของ ฮาวาล เอช 6 เป็นหน้าจอดิจิตอลความละเอียดสูงขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครันพร้อมกราฟิกที่สวยงามทันสมัยและอ่านค่าง่าย นอกจากนี้ยังมีจอ Head-up Display แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้าผู้ขับ ช่วยให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น

คอนโซลกลางของ ฮาวาล เอช 6 ออกแบบให้มีลักษณะสองชั้น คันเกียร์แบบดั้งเดิมที่ทุกท่านเคยเห็นในรถรุ่นอื่นๆ ถูกแทนที่ด้วยเกียร์ไฟฟ้าที่มีลักษณะเป็นแป้นหมุนพร้อมการใช้งานที่เรียบง่าย กดปุ่มตรงกลางจะเป็นเกียร์ P บิดซ้ายเป็นเกียร์ R บิดมาตรงกลางเป็นเกียร์ N บิดขวาสุดเป็นเกียร์ D ถัดมาจะมีปุ่มเบรกมือไฟฟ้าและปุ่มเปิด-ปิดฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง และยังมีพักแขนกลาง ช่องเก็บของ และช่องใส่แก่วน้ำ 2 ช่อง

Haval H6 เบาะรถยนต์
Haval H6 พับเบาะ

haval h6 เป็นเอสยูวีที่มอบความสะดวกสบายได้อย่างสูงสุด มาพร้อมกับขนาดพื้นที่ภายในที่กว้างขวางทั้งตอนหน้าและตอนหลัง การเข้า-ออกรถทำได้อย่างสะดวกจากประตูขนาดใหญ่ที่เปิดได้กว้าง เบาะคู่หน้านั่งสบาย ใหญ่ นุ่ม โอบกระชับลำตัว เบาะด้านหลังก็นั่งสบายเช่นกันด้วยพนักพิงที่มีความเอนกำลังดี มีพนักพิงศีรษะตอนกลาง มีที่พักแขนแขนกลางพร้อมช่องวางแก้วน้ำในตัว นอกจากนี้ พนักพิงเบาะหลังก็สามารถพับแยกได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและมีแผงบังสัมภาระท้ายรถมาให้ด้วย

ระบบปรับอากาศของ ฮาวาล เอช 6 เป็นระบบอัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิอิสระ 2 โซนซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ CN95 Filter และระบบ Ionizer มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังมาให้เพื่อความเย็นสบายอย่างทั่วถึง

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบครันทั้งช่องชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ รีโมทควบคุมการปิดกระจก กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า-หลัง รวมถึงช่องเก็บของอีกมากมาย และช่องใส่ขวดน้ำที่แผงประตูทุกบาน

Haval H6 หน้าจอ
Haval H6 ทีชาร์จมือถือ

ระบบความบันเทิงมาพร้อมความก้าวล้ำทั้งในแง่ดีไซน์ การใช้งาน และเทคโนโลยี และการเชื่อมต่อ แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว (ในรุ่น Pro เป็นจอ 10 นิ้ว) ติดตั้งในตำแหน่งด้านบนของแดชบอร์ดที่ผู้ขับขี่มองง่าย จอนี้มีดีไซน์สวยหรูพร้อมการแสดงผลความละเอียดสูง คมชัด สีสันสดใส หน้าตาเมนูต่างๆ สวยงามทันสมัย การควบคุมและการตอบสนองต่างๆ ลื่นไหลดีมาก ด้านฟังก์ชันใช้งานมีก็ครบครันตามมาตรฐานรถยนต์ยุคใหม่ หลักๆ ก็จะมีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ระบบ Wi-Fi การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth มี SIM Card ฝังมาในรถเพื่อรองรับการเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ต

อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของระบบความบันเทิงใน haval h6 คือรองรับการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) คุณสามารถสั่งการรถยนต์เป็นภาษาไทยได้ง่ายๆ เพียงพูดว่า “สวัสดี Haval” แล้วตามด้วยคำสั่งเช่น เปิดซันรูฟ เปิดหน้าต่าง ลด-เพิ่มเสียง ควบคุมอุณหภูมิแอร์ และอีกมากมาย ซึ่งถือว่าสะดวกและใช้งานง่ายมากๆ

นอกจากนี้รถยนต์ ฮาวาล เอช 6 ยังรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน GWM ที่มาพร้อมฟีเจอร์ดีๆ มากมาย เช่น ตรวจสอบสถานะของรถยนต์ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ไฟสัญญาณต่างๆ แรงดันลมยาง สามารถสั่งเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศผ่านแอปพลิเคชันได้ รวมถึงสามารถค้นหาตำแหน่งของรถและสร้างขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ที่เมื่อรถวิ่งเข้าหรือออกจากบริเวณที่คุณกำหนดจะมีการเตือนมายังแอปพลิเคชัน

และเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก ซอฟต์แวร์ระบบความบันเทิงของ ฮาวาล เอช 6 นั้นสามารถการอัพเกรดตัวเองได้แบบออนไลน์ (FOTA) เพื่อความสะดวกและเข้าถึงฟังก์ชันอัพเดตใหม่ๆ ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์

ในส่วนของระบบเครื่องเสียงก็ไม่ธรรมดาเพราะให้ชุดลำโพงมา 8 ตัวรอบห้องโดยสารพร้อม Treble Woofer และระบบเสียงรอบทิศทาง DTS และยังมีระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถมาให้ด้วย คุณภาพเสียงที่ได้จึงอยู่ในระดับยอดเยี่ยม สามารถสร้างความบันเทิงและความเพลินเพลินให้กับผู้โดยสารทุกคนได้เป็นอย่างดีในทุกๆ การเดินทาง        

Haval H6 ลำโพง
Haval H6 สี Rose Gold

ระบบอัจฉริยะในฮาวาล เอช 6

Haval H6 ระบบ ACC
Haval H6 Smart Dodge
Haval H6 ระบบช่วยจอด
Haval H6 ระบบ ARA

เทคโนโลยีช่วยขับขี่ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ haval h6 เพราะว่าต้องการเป็นเอสยูวีที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัยและการขับขี่ที่ล้ำสมัยที่สุด ฮาวาล เอช 6 จึงใส่เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่มีในปัจจุบันมาให้อย่างครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า ช่วยแบ่งเบาภาระการขับขี่ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้แบบรอบด้านอย่างแท้จริง ประกอบด้วย

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP)
  • ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA)
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง (RCW)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • ระบบช่วยเบรกเมื่ออมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW)

ระบบที่ให้มาทั้งหมดทำให้ ฮาวาล เอช 6 เป็นรถที่ล้ำสมัยและมีความปลอดภัยสูงมาก เทคโนโลยีที่ใส่มานั้นเรียกว่าเยอะแบบที่ไม่มีเอสยูวีรุ่นไหนให้มากได้เท่านี้ ถือเป็นจุดแข็งเหนือคู่แข่งค่ายอื่น ทั้งนี้ ระบบบางตัวสามารถปิดการใช้งานได้ที่เมนูในหน้าจอสัมผัสกลางแดชบอร์ดหากไม่ต้องการใช้

Haval H6 แสดงภาพรอบ 360 องศา

ใส่ระบบความปลอดภัยล้ำสมัยมามากมายเต็มคันเพื่อมอบความปลอดภัยระดับสูงสุดให้กับทุกการขับขี่ทั้งในแง่การป้องกันและแง่การปกป้อง ประกอบด้วย

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ (LSEB)
  • ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSS)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS)
  • ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (BOS)
  • ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
  • เรดาร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อความเร็วสูงเกินค่ากำหนด
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร

โดยรวมแล้วระบบที่ให้มาถือว่าเยอะและครบครันมากๆ หาไม่ได้ง่ายๆ ที่รถเอสยูวี 1 คันจะมีระบบความปลอดภัยเยอะและครอบคลุมรอบด้านขนาดนี้ สำหรับลูกค้าที่มองหาเอสยูวีที่โดดเด่นเรื่องระบบความปลอดภัย haval h6 เป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการที่สุด ทุกการเดินทางของคุณจะเต็มไปด้วยความปลอดภัย ความสบายใจ และความสุขที่ได้จากการขับขี่อย่างแท้จริง

ฮาวาล เอช 6 ให้ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับและเพลิดเพลินไปกับความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด

Haval H6 เกียร์
Haval H6 เครื่องยนต์

รถยนต์ haval ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดประสิทธิภาพสูง เป็นการทำงานผสานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เอสยูวีรุ่นนี้จะผลิตพละกำลังสูงสุดมากถึง 243 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 530 นิวตันเมตร นอกจากจะให้กำลังมากมายแล้ว เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังรองรับน้ำมันเบนซิน E20 ด้วย

กำลังจากเครื่องยนต์ทั้งหมดถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ DHT ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าลงสู่ล้อคู่หน้า ทุกจังหวะในการส่งกำลังมีความนุ่มนวลมากจนแทบไม่รู้สึกว่ารถกำลังเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ส่งผลถึงอัตราเร่งที่มีความต่อเนื่อง ลื่นไหล การตอบสนองที่ฉับไว ทำให้รถรถรุ่นนี้ขับสนุกทุกสถานการณ์ และมีพละกำลังเหลือๆ สำหรับการเร่งแซงและการขึ้นทางลาดชัน

เพื่อตอบสนองอารมณ์การขับขี่ได้อย่างครบถ้วนทุกความต้องการ ฮาวาล เอช 6 จึงมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ประกอบด้วย โหมดมาตรฐาน ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวล ความประหยัด และพละกำลังที่เหมาะสม, โหมดสปอร์ต ช่วยเพิ่มความสนุกเร้าใจในการขับขี่ รถจะตอบสนองไวขึ้น ขับสนุกมากขึ้น, โหมดประหยัด เน้นการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน ช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด และสุดท้าย โหมดพื้นหิมะ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยในขณะขับขี่บนถนนเปียกลื่น นอกจากโหมดขับขี่ทั้ง 4 แบบแล้ว Haval H6 ยังสามารถปรับระดับการคืนพลังงานได้ 3 ระดับคือ ต่ำ, กลาง, สูง ซึ่งจะส่งผลถึงอัตราการชาร์จไฟในขณะผ่อนคันเร่งและทุกๆ การเบรกนั่นเอง

Haval H6 โหมดการขับขี่

haval h6 ติดตั้งช่วงล่างประสิทธิภาพสูงเพื่อมอบคุณภาพการขับขี่ที่ดีที่สุด ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้รถมีความนุ่มนวลสูงสุดไม่ว่าจะเจอทางขรุขระ หลุมบ่อ เนินกระโดด ก็ยังรับรู้ได้ถึงความนุ่มสบาย และมีการดูดซับแรงสะเทือนที่ดีในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ยังมอบความรู้สึกแน่นหนึบเกาะถนนทั้งทางตรงและทางโค้ง ทำให้รถมีความนิ่งและมีการทรงตัวที่ดีในขณะขับขี่ ทั้งหมดนี้ช่วยให้คุณสามารถขับขี่ ฮาวาล เอช 6 ได้อย่างมั่นใจ

พวงมาลัยของ ฮาวาล เอช 6 เป็นระบบพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS มีจุดเด่นที่ความนุ่มนวลและเบาสบาย ควบคุมง่าย แม่นยำ ตอบสนองไว นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับความหนืดพวงมาลัยได้ ตอบโจทย์คนที่ต้องการการตอบสนองของพวงมาลัยที่ต่างกันเพราะบางคนอาจชอบพวงมาลัยที่เบาและนุ่มนวล แต่บางคนอาจชอบพวงมาลัยที่มีความหนืดมากหน่อยและตอบสนองไว

ระบบเบรกของ ฮาวาล เอช 6 เป็นดิสก์เบรกคุณภาพสูงทั้ง 4 ล้อ ให้ความมั่นใจในการเบรกได้เป็นอย่างดีในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเสริมแรงเบรก EBA ตามมาตรฐานรถยนต์ยุคใหม่

โฆษณาเปิดตัวฮาวาล เอช 6

รีวิว haval h6 บนถนน

จากความยอดเยี่ยมที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า haval h6 นั้นเป็นเอสยูวีที่คุ้มค่าน่าใช้มากขนาดไหน เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นมีความพรีเมียมหรูหราในสไตล์ยุโรป ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตกแต่งสวย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ระบบความบันเทิงสุดล้ำรองรับสั่งการด้วยเสียงและการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดที่ทรงพลังและให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดี ตลอดจนเทคโนโลยีช่วยขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ครบครันและครอบคลุมที่สุด ปกป้องอันตรายได้แบบรอบด้านรวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระการขับขี่ได้จริงๆ ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในรถเอสยูวีเรือธงจาก GWM ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์สุดร้อนแรงในขณะนี้ และที่สำคัญความยอดเยี่ยมทั้งหมดมาในราคาค่าตัวสุดคุ้มแบบที่คู่แข่งรุ่นอื่นให้ไม่ได้ เริ่มต้นที่ 1,149,000 บาท ใน haval h6 Pro และ 1,249,000 บาท ใน haval h6 Ultra

ถ้าคุณกำลังมองหารถเอสยูวีสำหรับครอบครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์แบบ มาลองสัมผัส ฮาวาล เอช 6 ได้ครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง สามารถสัมผัสของจริงได้ที่ GWM จรัญสนิทวงศ์

แคมเปญ Premiere Deal สำหรับรถ haval h6

premeire deal haval ราคา

ข้อกำหนดและเงื่อนไข Premiere Deal
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน มูลค่าสูงสุด 18,500 บาท
  • ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท
  • ฟรี 5 ปีเต็ม ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุด 100,000 กิโลเมตร (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน การบำรุงดูแลรักษารถยนต์ ด้วยแพกเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง รวมมูลค่า 35,000 บาท
  • บริการส่งมอบรถถึงบ้านทั่วประเทศ พร้อมน้ำมันเต็มถัง มูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
  • รับ GWM point 15,000 คะแนน เพื่อแลกของสมมนาคุณและบริการต่างๆ บน GWM Application
  • สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการ จำนวน 4 ครั้ง มูลค่า 3,000 บาท
  • สิทธิ์ในการใช้รถบริการเคลื่อนที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 2 ครั้ง มูลค่า 1,500 บาท
  • ฟรี 5 ปีเต็ม บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ( Roadside Assistance ) ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน GWM Application มูลค่า 10,000 บาท รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้ PREMIERE DEAL Campaign กว่า 100,000 บาท

โบรว์ชัวรถ Haval H6

ส่องจุดเด่น Haval H6 รถเอสยูวีกระแสแรง แซงนำหน้าคู่แข่งด้วยเทคโนโลยีและความคุ้มค่า

อเนกประสงค์สไตล์เอสยูวีอย่างแท้จริง

รถยนต์ Haval H6 จัดอยู่ในคลาส Compact SUV ระดับเดียวกับคู่แข่งอย่าง Honda CR-V, MG HS, Mazda CX-5, Nissan X-Trail, Subaru Forester, Mitsubishi Outlander PHEV ในเรื่องของขนาดและมิติตัวถังนั้น Haval H6 ไม่เป็นรองใครเพราะว่ารถมีความใหญ่โตแต่ยังดูสมส่วนและปราดเปรียว ตัวรถมีความยาวอยู่ที่ 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,724 มม. มีระยะฐานล้อ 2,738 มม. สิ่งที่มาพร้อมกันคือขนาดพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ทั้งกว้างและสะดวกสบายไม่เป็นรองคู่แข่ง

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นรถเอสยูวีหลายท่านน่าจะรู้จักจุดเด่นและข้อดีของรถประเภทนี้กันอยู่แล้ว จุดเด่นแรกคือความอเนกประสงค์ในการใช้งาน รถเอสยูวีจะมาพร้อมกับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่จากห้องโดยสารด้านท้ายมีลักษณะตัดตรง ท้ายไม่ลาดเหมือนอย่างรถเก๋งซีดาน ทำให้สามารถเก็บสัมภาระได้มาก ใส่ของที่มีขนาดใหญ่ได้ ซึ่ง Haval H6 นอกจากจะมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาดใหญ่แล้วก็ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างไม่แพ้ใคร สามารถพับเบาะหลังลงได้ในอัตราส่วน 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสิ่งของ ให้คุณใส่สัมภาระได้อย่างจุใจสำหรับการเดินทางไกลในวันหยุดสุดสัปดาห์กับครอบครัวและคนที่คุณรัก

รถเอสยูวี Haval H6 มาพร้อมกับระยะความสูงจากพื้นที่มากกว่ารถเก๋งซีดานและรถแฮทช์แบ็กทำให้สามารถขับขี่ตะลุยเส้นทางสมบุกสมบันได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นลุยทางลูกรัง ทางดิน ทางโคลน หลุมบ่อ พื้นผิวขรุขระ พื้นทราย ไปจนถึงลุยพื้นที่น้ำท่วม คุณจึงเดินทางได้หลากหลาย ขับขี่รถไปได้ทุกที่ท่ามกลางความสนุกเพลิดเพลินโดยไม่ต้องกลัวอุปสรรคใดๆ นอกจากนี้ความสูงของรถเอสยูวียังรวมถึงตำแหน่งเบาะนั่งคนขับที่สูงกว่ารถเก๋งและรถแฮทช์แบ็กทั่วไป ส่งผลถึงทัศนวิสัยและมุมมองรอบคันรถที่ดีกว่า มองเห็นได้กว้างไกลและชัดเจนตลอดรอบคัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ได้ดียิ่งกว่า

ขีดสุดแห่งวิศวกรรม

รถเอสยูวี Haval H6 ถูกออกแบบและพัฒนาบนแพล็ตฟอร์ม GWM LEMON Platform (Lightweight, Electrification, Multi-Purpose and Omni-Protection Network) นี่คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์อัจฉริยะระดับโลกที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการขับขี่แห่งอนาคต ออกแบบมาให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการขับขี่ ความปลอดภัย มีน้ำหนักที่เบา และผสานรวมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แพล็ตฟอร์มนี้ยังรองรับการติดตั้งเครื่องยนต์ได้หลากหลายชนิดทั้งเครื่องยนต์แบบเชื้อเพลิงปกติ เครื่องยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์ไฟฟา ไปจนถึงเครื่องยนต์พลังงานเซลล์ไฮโดรเจน

จุดเด่นของแพล็ตฟอร์ม GWM LEMON คือโครงสร้างตัวถัง High-Strength Steel 71.61% และ Hot Formed Steel Reaches 2,000 Mpa ที่สุดของความแข็งแกร่ง ผสานกับการออกแบบที่สามารถดูดซับแรงกระแทกแบบรอบทิศทางทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านท้ายของตัวรถ เพื่อป้องกันอันตรายแบบรอบด้าน ลดอาการบาดเจ็บและการสูญเสีย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบถุงลมรอบทิศทาง 6 จุด ทำงานร่วมกับระบบรองรับแรงกระแทกรอบตัวรถเพื่อเพิ่มขีดความสามารถอย่างสูงสุดในการปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมการออกแบบระดับสูงที่คำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่เป็นสำคัญ นำมาซึ่งความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจที่คุณจะได้รับเมื่อครอบครองรถยนต์ Haval H6

ดีไซน์ระดับพรีเมียม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งแรกที่ทำให้ลูกค้าชาวไทยหันมาสนใจ Haval H6 กันอย่างล้นหลามก็คือดีไซน์ภายนอกของตัวรถที่โดดเด่นสวยงาม มีเอกลักษณ์ สะท้อนภาพลักษณ์พรีเมียมสไตล์รถยุโรปด้วยเส้นสายที่มีความเฉียบคมและทันสมัยตามแบบฉบับเอสยูวียุคใหม่ ความยอดเยี่ยมด้านดีไซน์ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมออกแบบของ Haval กับ Phil Simmons นักออกแบบรถยนต์ชื่อดังระดับโลกที่เข้ามาช่วยรังสรรค์ให้ Haval H6 กลายเป็นงานศิลป์ติดล้อที่สะกดทุกสายตาทันทีที่พบเห็น

ความโดดเด่นของ Haval H6 สะท้อนออกมาที่ดีไซน์ภายนอกรอบคันเริ่มตั้งแต่กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่แบบ Classic Geometric Pattern รูปทรง 3 มิติดูสวยงามและหรูหรา ผสานกับไฟหน้า Intelligent LED Headlamp ดีไซน์เฉียบคมทันสมัยพร้อมประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ดีเยี่ยมทั้งตอนกลางวันและกลางคืน อีกจุดที่หลายคนเห็นแล้วชอบมากก็คือไฟท้าย LED Taillight Strip เส้นคาดยาวเต็มความกว้าง สร้างความโดดเด่นและแตกต่างไม่เหมือนใคร ทำให้รถดูโดดเด่นในเวลากลางคืน และดูหรูหรายิ่งขึ้นเมื่อมองจากด้านท้าย

อุปกรณ์อีกชิ้นที่ขาดไม่ได้สำหรับเอสยูวียุคใหม่ก็คือหลังคา Panoramic Sunroof ให้คุณได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ในขณะเดินทาง ซึ่งหลังคาซันรูฟของ Haval H6 มีขนาดใหญ่มากพร้อมการเปิด-ปิดที่ง่ายด้วยระบบไฟฟ้า จึงช่วยเพิ่มความกว้างและบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่โปร่งสบายยิ่งกว่า ให้คุณได้สัมผัสความอิสระอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเมื่อขับรถไปยังเส้นทางสวยๆ แล้วเปิดหลังคาเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์

สิ่งสุดท้ายที่ Haval H6 เหนือกว่าคู่แข่งหลายรุ่นก็คือล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาดใหญ่ 19 นิ้ว ให้ความสปอร์ตดุดันและสวยงามลงตัวกับดีไซน์ในภาพรวมของรถ มาพร้อมกับยางขนาด 225/55 R19 ทั้ง 4 ล้อ ซึ่งเป็นยางประสิทธิภาพสูงที่เหมาะสมกับสมรรถนะของรถ ให้ความนุ่ม เงียบ และช่วยเรื่องการควบคุมได้ดี

ห้องโดยสารคือปรากฏการณ์

ห้องโดยสารของรถยนต์ Haval H6 สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการรถยนต์เมืองไทยและถูกพูดถึงอย่างมากด้วยความพรีเมียมเหนือระดับและการออกแบบที่ยอดเยี่ยมตามแนวคิด Future Intelligent Cockpit หรือห้องโดยสารแบบอนาคตพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่คอยอำนวยความง่ายในการใช้งาน การออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่หรูหราในสไตล์มินิมอลด้วยการใช้วัสดุและการประกอบคุณภาพสูง พร้อมกับเพิ่มความกว้างขวางให้ห้องโดยสารและความประณีตในทุกๆ รายละเอียด ให้คุณสัมผัสถึงความงดงามของนวัตกรรมเทคโนโลยีตั้งแต่แรกเห็น

Haval H6 รุ่น Ultra มาในห้องโดยสารโทนสีดำ-เทาตัดด้วยสี Rose Gold สุดพรีเมียมซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยนักในรถยนต์เมืองไทย จุดเด่นอยู่ที่ความล้ำสมัยจากหน้าจอดิจิตอลความละเอียดสูง HD Multi Information Display ขนาด 10 นิ้วที่แสดงทุกข้อมูลการขับขี่หลังพวงมาลัย ให้คุณรับรู้ทุกข้อมูลได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน พร้อมด้วยความล้ำสมัยจากหน้าจอสัมผัสอัจฉริยะแบบลอยตัวขนาด 12 นิ้วบริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่มาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำมากมายและรองรับการสั่งงานด้วยเสียง ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบายยิ่งกว่า เติมเต็มกับทุกความบันเทิงได้อย่างไร้ขีดจำกัด

จุดเด่นต่อมาคือความสะดวกสบายจากห้องโดยสารที่กว้างขวางพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความที่ครบครันไม่ต่างจากรถยนต์หรูระดับพรีเมียม เริ่มตั้งแต่สวิตช์เกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter ดีไซน์ล้ำสมัยตกแต่งด้วยสีพิเศษแบบ High-gloss ให้การใช้งานที่ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส จุดต่อมาคือแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายติดตั้งมาในคอนโซลอย่างเหมาะสมสำหรับชาร์จอุปกรณ์โปรดของคุณได้ง่ายและรวดเร็วเพียงวางไว้นิ่งๆ  

นอกจากนี้ Haval H6 ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ดีๆ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสารทุนคนเริ่มจากระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวาแบบ Dual zone พร้อมระบบกรองอากาศ CN95 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยไฟตกแต่ง Ambient Light พวงมาลัยดีไซน์ล้ำพร้อมปุ่มควบคุมระบบความบันเทิงและควบคุมหน้าจอมาตรวัดดิจิตอลที่มาคู่กับจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head Up Display ตลอดจนเบาะนั่งปรับไฟฟ้าเต็มรูปแบบพร้อมฟังก์ชั่นระบายอากาศ เรียกว่าจัดเต็มความสะดวกครบครันยิ่งกว่าคู่แข่งหลายๆ รุ่น

เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

รถยนต์ Haval H6 ถือเป็น Connected Car อัจฉริยะอย่างแท้จริงเพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อสุดล้ำที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตไปกับเอสยูวีคันนี้ได้อย่างสะดวกสบายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในรถรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ให้คุณและรถเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยระบบ Intelligent Connectivity ที่มีความชาญฉลาด รองรับการสั่งการด้วยเสียงพูดหรือ Voice Command คุณสามารถสั่งการฟีเจอร์ต่างๆ ของรถได้ง่ายๆ เช่น สั่งให้โทรศัพท์หาเพื่อน สั่งปรับอุณหภูมิแอร์ สั่งเปิดกระจก สั่งเปิดซันรูฟ สั่งให้ค้นหาสถานที่และเปิดระบบนำทาง สั่งควบคุมการเล่นเพลง เป็นต้น

Haval H6 ยังรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน คุณสามารถสั่งล็อก-ปลดล็อกรถยนต์ ดูสถานะของรถยนต์ ดูตำแหน่งของรถยนต์ ดูระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ดูสถานะแรงดันลมยาง สั่งเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ รวมถึงกำหนดขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

นอกจากความล้ำของระบบแล้ว Haval H6 ยังรองรับฟีเจอร์การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์แบบอัตโนมัติหรือ FOTA ทำให้คุณสามารถอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่ๆ ให้กับระบบของรถได้ทันทีที่มีตัวอัพเดตใหม่ๆ ปล่อยออกมา ง่ายกว่า สะดวกกว่า และก็ประหยัดเวลากว่าเพราะไม่จำเป็นต้องไปเข้ารับบริการที่ศูนย์

สุดยอดขุมพลัง

รถยนต์ Haval H6 ชูจุดเด่นเหนือใครด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง มอบพละกำลัง สมรรถนะ และอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม พร้อมความประหยัดน้ำมันเป็นเลิศและการปล่อยมลพิษต่ำ เครื่องยนต์ของ Haval H6 เป็นการทำงานผสานกันระหว่างเครื่องเบนซิน 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC ขนาดความจุ 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบแปรผัน VGT ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับกับมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร รวมกำลังทั้งระบบจะได้พละกำลังสูงสุดมากถึง 243 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 530 นิวตันเมตร ถือเป็นเอสยูวีที่กำลังมากเป็นลำดับต้นๆ ของคลาส

ในส่วนของระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า DHT (Dedicated Hybrid Transmission) สร้างขึ้นพิเศษเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ ชุดเกียร์มีการใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ 2 ชุดแยกกันระหว่างเกียร์ของเครื่องยนต์และเกียร์ของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถยนต์ไฮบริดที่มีชุดเกียร์ถึง 2 ระบบ ผลที่ได้คือตอบสนองต่อการขับได้ดีทั้งในเมืองและขับออกทางไกล การส่งกำลังมีความสมูธนุ่มนวลทุกจังหวะ รองรับการขับที่หลากหลายและให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมพร้อมกับการปล่อยมลพิษต่ำ

นอกจากความยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง Haval H6 ยังมีจุดเด่นที่การขับขี่และการตอบสนองที่ดีรวเร็วว่องไวบนพื้นฐานความนุ่มนวล พร้อมกันนี้ยังมีโหมดขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ มาตรฐาน / สปอร์ต / ประหยัด / สภาพถนนลื่น ออกแบบมาให้ผู้ขับได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันและเหมาะสมสำหรับทุกสถานการณ์การขับขี่ตั้งแต่การเน้นความหยัดน้ำมัน เน้นความสนุกเร้าใจ ไปจนถึงเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝน

ระบบขับเคลื่อนไฮบริดของ Haval H6 ยังมีการทำงานที่ราบรื่น นุ่มนวล และแปรผันการทำงานได้ตามสถานการณ์ขับขี่ ถ้าขับปกติที่ความเร็วคงที่ มอเตอร์ไฟฟ้าจะรับหน้าที่สร้างกำลังขับเคลื่อนหลักเพื่อเน้นความประหยัดน้ำมันสูงสุด เครื่องยนต์จะทำงานก็ต่อเมื่อกดคันเร่งเพื่อทำการแซง พอขับความเร็วสูงรถจะปรับการทำงานของระบบไฮบริดให้เครื่องยนต์มีส่วนในการสร้างกำลังขับเคลื่อนมากขึ้น นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ยกคันเร่งหรือเหยียบเบรกรถจะแปลงพลังงานที่ได้เป็นกระแสไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ ซึ่งผู้ขับสามารถปรับตั้งค่ากระบวนการ Energy Recuperation ของระบบไฮบริดได้ 3 ระดับตามต้องการ

สุดยอดเทคโนโลยีช่วยขับขี่

ไฮไลท์สำคัญของรถยนต์ Haval H6 ที่หลายท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือเทคโนโลยีช่วยขับขี่ LIFE+ ที่ติดตั้งมาในเอสยูวีรุ่นนี้ โดย Haval H6 ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่อยู่ในระดับขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 ซึ่งเป็นผลมาจากความยอดเยี่ยมของฟังก์ชั่นช่วยขับขี่ 22 ฟังก์ชั่นที่จะคอยช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ขับขี่แบบได้แบบรอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเคยเห็น รู้จัก หรือเคยใช้งานฟังก์ชั่นช่วยขับขี่มาจากรถยนต์รุ่นใด ใน Haval H6 มีมาให้ครบทั้งหมด

เริ่มต้นที่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) ที่จะระบุเส้นทางด้านหน้าของรถ ในขณะเดียวกันก็จะประสานการทำงานของระบบเบรกและระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อรักษาห่างที่ ปลอดภัยจากรถคันหน้า นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยหยุดรถและออกตัว Stop & Go เพิ่มความสะดวกขณะการขับขี่ในย่านที่มีการจราจรพลุกพล่าน

ระบบเลี่ยงการเข้าหารถใหญ่จากด้านข้าง Wisdom Dodge System (WDS) ช่วยตรวจจับรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อควบคุมให้รถยนต์รักษาระยะห่างจากรถบรรทุกในขณะเร่งแซง เมื่อแซงพ้นมาแล้วระบบจะปรับให้รถกลับมาวิ่งที่กึ่งกลางเลนตามปกติ

ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ Integration Auto Parking (IAP)  ใช้ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกสำหรับตรวจจับสิ่งกีดขวาง ค้นหาพื้นที่จอด และระบุเส้นทางการจอดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สามารถช่วยจอดรถได้ทั้งในแนวตรง แนวทแยง และจอดเทียบด้านข้าง เมื่อใช้ฟังก์ชั่นนี้ ทุกการจอดรถจะกลายเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ Auto Reversing Assistant (ARA) ระบบก็ล้ำไม่แพ้กันโดยจะจดจำเส้นทางเมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถถอยหลังกลับตามเส้นทางเดิมได้สูงสุด 50 เมตร

ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา 360° Surrounding Camera ใช้กล้องรอบทิศทางความละเอียดสูง 4 ล้านพิกเซล ในการแสดงภาพรอบรถยนต์ สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดรถหรือการขับขี่ผ่านพื้นที่แคบๆ ได้เป็นอย่างดี

ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถยนต์อยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD) และระบบระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนและมีรถยนต์ในเลนวิ่งมาจากด้านหลัง Lane Change Assistant (LCA) ทั้ง 2 ระบบนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในขณะกำลังเปลี่ยนเลน ช่วยลดการเกิดการเชี่ยวชนเนื่องจากมองไม่เห็นในมุมอับ

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA) และระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน Lane Center Keeping (LCK) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ และเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันก็จะทำให้รถ Haval H6 ขับเคลื่อนได้แบบกึ่งอัตโนมัติ เลี้ยวตามโค้งได้เองอย่างแม่นยำโดยอาศัยการตรวจจับเส้นช่องจราจร พร้อมกับรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าตามที่กำหนด ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี

ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK) สองระบบนี้ช่วยป้องกันรถแล่นออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจไม่ว่าจะเป็นการเผลอ ประมาท หรือหลับใน รถจะส่งเสียงเตือนและช่วยหน่วงพวงมาลัยกลับไม่ให้เบี่ยงออกนอกเลน

ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) และ Rear Cross Traffic Braking (RCTB) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการเชี่ยวชนที่อาจจะเกิดได้ตอนถอยหลังเนื่องจากมองไม่เห็นรถคันอื่นที่ขับมา

ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก Auto Emergency Braking + Intersection (AEBI) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ Low Speed Emergency Braking (LSEB) ช่วยป้องกันการชนปะทะด้านหน้าทั้งทางตรงและสี่แยกด้วยการเบรกให้อัตโนมัติ รวมถึงป้องกันการชนขณะขับไหลตามรถคันหน้าในขณะขับขี่บนสภาพการจราจรที่หนาแน่น เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ในเมืองเป็นประจำ

ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้าและด้านหลัง Front Collision Warning (FCW) & Rear Collision Warning (RCW) รถจะส่งเสียงเตือนเมื่อตรวจพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนปะทะทั้งด้านหน้ารถและด้านท้ายรถเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบ

เทคโนโลยีช่วยขับขี่ทั้งหมดใน Haval H6 มีความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งทุกค่ายเพราะว่าใส่มาเยอะ มาเต็ม มาครบ ช่วยแบ่งเบาภาระการขับขี่ได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มความปลอดภัย และยังช่วยปกป้องการเกิดเหตุการณ์อันตรายได้จริง

สุดยอดระบบความปลอดภัย

นอกเหนือจากเทคโนโลยีช่วยขับขี่สุดล้ำแล้ว อุปกรณ์ความปลอดภัยในรถยนต์ Haval H6 ก็ใส่มาแบบจัดเต็มเริ่มจากอุปกรณ์เชิงป้องกันที่ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS) ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (BOS) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) และระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM)

ขณะที่อุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงปกป้องก็จะมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบห้องโดยสารที่ประกอบด้วย ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลม รวมถึงโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่ดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้รอบด้าน นอกจากนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นและถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายของรถจะทำงาน ประตูรถทุกบานจะถูกปลดล็อกเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าช่วยเหลือ  และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินและส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้โดยอัตโนมัติ นับเป็นความก้าวล้ำที่ Haval H6 มีเหนือคู่แข่งเพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยสูงสุดแก่ทุกชีวิตภายในรถ

สุดยอดยนตรกรรมเอสยูวีที่นำหน้าคู่แข่งด้วยเทคโนโลยีและความคุ้มค่า

จากจุดเด่นที่กล่าวมาแสดงให้เห็นแล้วว่ารถยนต์ Haval H6 เป็นผู้นำในคลาส Compact SUV ตัวจริง นี่คือสุดยอดยนตรกรรมเอสยูวีที่นำเอาเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาผสานรวมเข้ากับความพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นสะท้อนความหรูในแบบรถยุโรป ภายในห้องโดยสารอันน่าทึ่งจากการออกแบบและการตกแต่งสุดล้ำสมัย กว้างขวาง เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การเชื่อมต่อที่ฉลาดล้ำ เครื่องยนต์ไฮบริด 243 แรงม้าที่มอบสมรรถนะเหนือกว่าใคร ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องตัว ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง และสุดท้ายคือเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ยกระดับให้เอสยูวีรุ่นนี้ให้กลายเป็นรถยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติพร้อมด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยระดับสูงที่ครบครันที่สุด

แม้ทุกอย่างที่มีใน Haval H6 จะก้าวล้ำกว่าคู่แข่งก็จริงแต่จุดที่โดดเด่นที่สุดและเป็นตัวสร้างความน่าสนใจให้กับเอสยูวีรุ่นนี้ก็คือราคาจำหน่ายสุดเย้ายวนใจแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น

Haval H6 Hybrid รุ่น PRO ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,149,000 บาท

Haval H6 Hybrid รุ่น Ultra ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,249,000 บาท

เมื่อเปรียบเทียบสเปกกับคู่แข่งและออปชั่นที่ได้รับคุณจะเห็นถึงความคุ้มค่าที่มากกว่าชัดเจน คุณจะได้สะดวกสบาย ได้ความล้ำสมัย คุณภาพการขับขี่ที่ดี ได้เทคโนโลยีต่างๆ ครบครันในงบประมาณไม่เกิน 1.25 ล้านบาท เรียกว่าครบ จบ ไม่ต้องไปเทียบกับรุ่นอื่นใดเพราะทุกอย่างมีใน Haval H6 หมดแล้ว


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *